เกร็ดความรู้

น้ำมันเครื่องรถยนต์คืออะไร? เลือกยังไงให้เหมาะกับรถ ฉบับมือใหม่เข้าใจง่าย

น้ำมันเครื่องรถยนต์คืออะไร

น้ำมันเครื่องไม่ใช่แค่ของเหลวหล่อลื่นธรรมดา แต่คือหนึ่งในชิ้นส่วนที่กำหนดว่าเครื่องยนต์จะทำงานได้เต็มประสิทธิภาพนานแค่ไหน ผู้ผลิตน้ำมันหล่อลื่นอย่าง Idemitsu (อิเดมิตสึ) พัฒนาสูตรร่วมกับค่ายรถญี่ปุ่นมากว่า 65 ปี เพื่อให้ได้น้ำมันเครื่องที่ “พอดี” กับเครื่องยนต์แต่ละแบบ อ่านเพิ่มเติมได้ใน น้ำมันเครื่องญี่ปุ่น Idemitsu คืออะไร ทำไมคนขับรถญี่ปุ่นไว้วางใจ

บทความนี้เขียนสำหรับคนที่กำลังจะเลือกซื้อน้ำมันเครื่องเป็นครั้งแรก และยังไม่แน่ใจว่าตัวเลขบนขวดหมายถึงอะไร

  • น้ำมันเครื่องทำหน้าที่อะไรบ้าง
  • อ่านฉลาก: SAE, API, ILSAC บอกอะไร
  • 3 เกรดน้ำมันเครื่อง: สังเคราะห์แท้ กึ่งสังเคราะห์ Mineral
  • น้ำมันเบนซินกับดีเซล ใช้แทนกันได้ไหม

น้ำมันเครื่องทำหน้าที่อะไรบ้าง

เครื่องยนต์มีชิ้นส่วนโลหะเสียดสีกันหลายพันครั้งต่อนาที น้ำมันเครื่องคือฟิล์มบาง ๆ ที่คั่นกลาง และรับหน้าที่หลัก 5 อย่าง:

  1. หล่อลื่น ลดการสึกหรอของลูกสูบ แหวน แบริ่ง
  2. ระบายความร้อน พาความร้อนจากจุดที่หม้อน้ำเข้าไม่ถึงกลับลงอ่างน้ำมัน
  3. ทำความสะอาด จับเขม่าไม่ให้เกาะเป็นคราบบนลูกสูบ
  4. ป้องกันสนิม เคลือบผิวโลหะจากความชื้นและกรด
  5. ช่วยซีล อุดช่องว่างระหว่างแหวนลูกสูบกับกระบอกสูบ

ความร้อนและแรงเฉือนทำให้โมเลกุลน้ำมันแตกตัวและสารเพิ่มคุณภาพค่อย ๆ ลดประสิทธิภาพลง นี่คือเหตุผลที่ต้องเปลี่ยนถ่ายเป็นระยะ  สังเกตสัญญาณได้ใน เช็คสัญญาณผิดปกติรถยนต์ ถึงเวลาเปลี่ยนน้ำมันเครื่องหรือยัง?

อ่านฉลาก: SAE, API, ILSAC บอกอะไร

SAE (ความหนืด) เช่น 0W-20, 15W-40 — ตัวเลขหน้า W ยิ่งน้อยยิ่งไหลเร็วตอนเครื่องเย็น ตัวเลขหลังขีดยิ่งมากฟิล์มน้ำมันยิ่งหนาตอนเครื่องร้อน เช่น 0W-20 เหมาะกับเครื่องยนต์รุ่นใหม่ที่เน้นประหยัดเชื้อเพลิง ส่วน 15W-40 เหมาะกับดีเซลที่รับภาระหนัก ใส่น้ำมันหนืดเกินที่เครื่องยนต์ออกแบบไว้ อาจทำให้น้ำมันไหลถึงจุดหล่อลื่นช้าตอนสตาร์ทและกินน้ำมันเชื้อเพลิงมากขึ้น

API (ระดับคุณภาพ) รหัส S = เบนซิน (SL→SM→SN→SP) รหัส C = ดีเซล (CF-4→CI-4→CJ-4) ตัวอักษรที่อยู่หลังในลำดับ = มาตรฐานใหม่กว่า

ILSAC มาตรฐานร่วมของค่ายรถอเมริกาและญี่ปุ่น มักปรากฏคู่ API SP เช่น “SP/GF-6A” รับประกันทั้งการปกป้องเครื่องยนต์และการประหยัดเชื้อเพลิง

3 เกรดน้ำมันเครื่อง: สังเคราะห์แท้ กึ่งสังเคราะห์ Mineral

ประเภท จุดเด่น เหมาะกับ
สังเคราะห์แท้ 100% ทนความร้อน/แรงเฉือนนานที่สุด ระยะเปลี่ยนถ่ายยาว รถใหม่ เทอร์โบ ไฮบริด รถติดในเมือง
กึ่งสังเคราะห์ สมดุลราคา-ประสิทธิภาพ รถใช้งานประจำวัน อายุปานกลาง
Mineral ราคาประหยัดสุด รถรุ่นเก่า เปลี่ยนถ่ายถี่อยู่แล้ว

 

น้ำมันสังเคราะห์แท้ 100% ราคาต่อขวดสูงกว่า แต่คิดเป็นต้นทุนต่อกิโลเมตรมักไม่ต่างกันมาก เพราะเปลี่ยนถ่ายน้อยครั้งกว่า กลุ่มรถที่คนไทยใช้เยอะอย่าง Eco Car ก็มีข้อกำหนดปริมาณและชนิดน้ำมันเฉพาะตัวเช่นกัน อ่านรายละเอียดได้ใน รถ Eco Car เลือกใช้น้ำมันเครื่องแบบไหน กี่ลิตร?

น้ำมันเบนซินกับดีเซล ใช้แทนกันได้ไหม

เครื่องเบนซินจุดระเบิดด้วยหัวเทียน เครื่องดีเซลใช้แรงอัดสูงจนติดไฟเอง สภาพแวดล้อมในห้องเผาไหม้จึงต่างกัน โดยน้ำมันเครื่องดีเซล ผลิตเขม่ามากกว่า มีกำมะถันที่กลายเป็นกรด น้ำมันเครื่องดีเซลจึงต้องมีสารชะล้างและค่าความเป็นด่างในน้ำมันเครื่อง (TBN) สูงกว่า ยิ่งไทยผสมไบโอดีเซล (B7, B20) ยิ่งต้องทนออกซิเดชันได้ดี ส่วนเบนซิน สะอาดกว่าแต่รอบจัดกว่า สูตรเน้นลดแรงเสียดทานและประหยัดเชื้อเพลิง การใส่น้ำมันเบนซินในเครื่องดีเซล สารชะล้างจะรับมือเขม่าไม่พอ ใส่น้ำมันดีเซลในเครื่องเบนซินรุ่นใหม่ ปริมาณเถ้าที่สูงกว่าอาจกระทบตัวเร่งปฏิกิริยาไอเสีย ให้ดูรหัส API ให้ตรงกับเครื่องยนต์เสมอ (บางผลิตภัณฑ์ระบุทั้งคู่ เช่น CJ-4/SN)

 

สรุปสั้น ๆ

  • น้ำมันเครื่องทำ 5 หน้าที่พร้อมกัน: หล่อลื่น ระบายความร้อน ทำความสะอาด ป้องกันสนิม ช่วยซีลระหว่างลูกสูบกับกระบอกสูบ 
  • SAE บอกความหนืด (เช่น 0W-20), API บอกระดับคุณภาพ (S=เบนซิน, C=ดีเซล), ILSAC รับประกันการประหยัดเชื้อเพลิง ต้องดูให้ตรงกับคู่มือรถเสมอ
  • เกรดน้ำมันมี 3 แบบ: สังเคราะห์แท้ 100% (คุ้มสุดในระยะยาว) กึ่งสังเคราะห์ (สมดุลราคา) และ Mineral (ประหยัดสุด)
  • น้ำมันเบนซินกับดีเซลใช้แทนกันไม่ได้ เพราะสภาพการเผาไหม้และสารเติมแต่งต่างกัน

 

ภาษา :

เลือกประเภทรถของคุณ

Vehicle type
Brand
Model

หมวดหมู่สินค้า